
Key Takeaway
ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศหรือบินไปต่างประเทศ เหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างอุบัติเหตุ เจ็บป่วยกะทันหัน เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าสูญหาย หรือการยกเลิกทริป สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ หลายคนจึงสงสัยว่า หากมีประกันอุบัติเหตุ (PA) อยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องซื้อประกันเดินทางเพิ่มหรือไม่ และประกันทั้ง 2 ประเภทต่างกันอย่างไร?
แม้ประกันเดินทางและประกันอุบัติเหตุ (PA) จะช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดเหมือนกัน แต่ทั้งสองมีวัตถุประสงค์และขอบเขตความคุ้มครองที่แตกต่างกัน โดยประกันเดินทางจะคุ้มครองเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ประกันอุบัติเหตุ (PA) เน้นความคุ้มครองอุบัติเหตุในชีวิตประจำวันตลอดระยะเวลาของกรมธรรม์ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าประกันแต่ละประเภทเหมาะกับใคร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับรูปแบบการเดินทางและการใช้ชีวิตของคุณมากที่สุด

ประกันเดินทาง (Travel Insurance) คือประกันที่ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางภายในประเทศหรือเดินทางไปต่างประเทศ โดยความคุ้มครองจะเริ่มต้นและสิ้นสุดตามวันที่ระบุในกรมธรรม์ ซึ่งอาจครอบคลุมอุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล การยกเลิกการเดินทาง สัมภาระสูญหาย และเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ ตามแผนที่เลือก ซึ่งประกันการเดิมทางยังสามารถแบ่งได้อีกสองประเภท ดังนี้
ประกันเดินทางในประเทศ (Travel Insurance) คือประกันที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ทำงาน หรือไปธุระภายในประเทศเท่านั้น จุดสำคัญคือคุ้มครองเฉพาะช่วงเดินทาง ตามวันที่และระยะเวลาที่ระบุในกรมธรรม์ ไม่ได้คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงแบบรายปี คนที่มีทริปเป็นครั้งๆ เช่น ทริปเที่ยว ทริปทำงานต่างจังหวัด เหมาะกับประกันแบบนี้เพราะเลือกซื้อเป็นรายทริปได้
ประกันเดินทางต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อท่องเที่ยว ศึกษา หรือทำงาน โดยนอกจากความคุ้มครองอุบัติเหตุและค่ารักษาพยาบาลแล้ว หลายแผนยังครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ความล่าช้าของเที่ยวบิน กระเป๋าเดินทางสูญหาย รวมถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขกรมธรรม์ จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางได้
ความคุ้มครองของประกันการเดินทาง จะแตกต่างกันตามแผนและบริษัทประกัน โดยทั่วไปครอบคลุมเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่เดินทาง ดังนี้

ประกันเดินทาง แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบหลัก คือ ประกันการเดินทางแบบรายเที่ยวและแบบรายปี โดยทั้งสองจะมีรายละเอียดความคุ้มครองที่ต่างกันดังนี้
ประกันการเดินทางแบบรายเที่ยว เหมาะกับคนที่เดินทางเป็นครั้งคราว เช่น ไปเที่ยวต่างจังหวัดช่วงวันหยุด เดินทางไปทำงานไม่กี่วัน หรือมีทริปครอบครัวปีละไม่กี่ครั้ง โดยระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครองให้ตรงกับทริป จึงจ่ายเบี้ยเฉพาะช่วงที่เดินทางจริงและวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่าย
ตัวอย่างเช่น หากวางแผนเที่ยวเชียงใหม่ 4 วัน สามารถเลือกซื้อประกันเดินทางที่ให้คุ้มครองตั้งแต่วันออกเดินทางจนถึงวันกลับได้ แต่หากเป็นประกันการเดินทางครอบครัวหรือทริปที่มีกิจกรรมเฉพาะ เช่น ประกันเดินป่า ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าแผนครอบคลุมสมาชิกและกิจกรรมที่วางแผนไว้หรือไม่
ประกันการเดินทางแบบรายปี เหมาะกับคนที่มีหลายทริปตลอดปี เช่น พนักงานขาย คนทำงานที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด หรือผู้ที่ท่องเที่ยวเป็นประจำ จุดเด่นคือไม่ต้องซื้อกรมธรรม์ใหม่ทุกครั้ง เพียงตรวจสอบว่าการเดินทางอยู่ภายในช่วงเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
ความคุ้มครองอาจแตกต่างกันระหว่างประกันเดินทางในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงแต่ละบริษัทประกัน
ประกันเดินทางเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปในประเทศหรือต่างประเทศ โดยสามารถเลือกแผนให้เหมาะกับลักษณะการเดินทางได้ ดังนี้
เบี้ยประกันเดินทางจะพิจารณาจาก ระยะเวลาเดินทาง ระดับความคุ้มครอง และความเสี่ยงของการเดินทาง โดยหากเดินทางนาน เลือกวงเงินคุ้มครองสูง หรือเพิ่มความคุ้มครองพิเศษ เช่น กีฬาเสี่ยง อุบัติเหตุร้ายแรง หรือวงเงินค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น เบี้ยประกันก็อาจเพิ่มขึ้นตาม ปัจจัยที่มีผลต่อเบี้ยประกันยังรวมถึงอายุผู้เอาประกัน จุดหมายปลายทาง ลักษณะการเดินทาง และวงเงินความคุ้มครองที่เลือก
สำหรับ ประกันเดินทางต่างประเทศ เบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง ระยะเวลาเดินทาง อายุผู้เอาประกัน และวงเงินความคุ้มครอง โดยบางประเทศอาจมีเบี้ยประกันสูงกว่า เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ เบี้ยประกันของแต่ละแผนและแต่ละบริษัทประกันอาจแตกต่างกัน จึงควรเปรียบเทียบความคุ้มครองและเงื่อนไขควบคู่กับราคา ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

ประกัน PA คือประกันที่คุ้มครองความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน ไม่ได้จำกัดแค่ตอนเดินทางหรือท่องเที่ยว เน้นความคุ้มครองกรณีบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม รถชน ถูกของตกใส่ ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ทุกเวลา ภายในระยะเวลาที่ทำประกัน เช่น แบบรายปี ช่วยเป็นหลักประกันให้คนในครอบครัวถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

เบี้ยประกันอุบัติเหตุ (PA) ส่วนใหญ่จะเป็นโครงสร้างชำระรายปี จ่ายเป็นก้อนเดียวล่วงหน้า แล้วได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุ 24 ชั่วโมงตลอดทั้งปี เบี้ยคงที่ตามทุนประกันที่เลือก เช่น ทุน 200,000, 500,000, 1,000,000 บาท เบี้ยก็ไล่ระดับกันไป คุ้มค่า เพราะจ่ายครั้งเดียวแต่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะหกล้ม รถชน หรืออุบัติเหตุระหว่างทำกิจวัตรประจำวันและเดินทาง ทำให้หลายคนใช้ PA เป็นประกันพื้นฐานติดตัวควบคู่กับประกันสุขภาพหรือประกันเดินทางในแต่ละทริป
ตารางเปรียบเทียบประกันเดินทางในประเทศกับประกันอุบัติเหตุ (PA)
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ประกันเดินทางในประเทศ | ประกันอุบัติเหตุ (PA) |
|---|---|---|
| ระยะเวลาความคุ้มครอง | คุ้มครองเฉพาะช่วงเวลาเดินทางตามวันที่ระบุในกรมธรรม์ | คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ตามระยะเวลารายปี |
| ขอบเขตการคุ้มครองหลัก | เน้นความเสี่ยงระหว่างทริปเดินทางหรือท่องเที่ยวในประเทศ | เน้นอุบัติเหตุในชีวิตประจำวันทุกสถานการณ์ |
| ลักษณะการซื้อ | ซื้อเป็นรายทริป เลือกวันไป-กลับได้ | ซื้อรายปี ใช้คุ้มครองอุบัติเหตุทั้งปี |
| ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล | ครอบคลุมอุบัติเหตุ และหลายแผนรวมถึงเจ็บป่วยระหว่างทริปด้วย | ครอบคลุมเฉพาะค่ารักษาจากอุบัติเหตุเท่านั้น |
| ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ | มี แต่เน้นเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจทางเลือก | จุดเด่นของ PA เหมาะกับกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ |
| การยกเลิกหรือเลื่อนทริป | คุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เสียไป | โดยปกติไม่คุ้มครอง |
| คุ้มครองสัมภาระ | คุ้มครองตามวงเงินที่กำหนด | โดยทั่วไปไม่คุ้มครอง |
| ความเหมาะสม | เหมาะกับการเดินทางเป็นครั้งๆ | เหมาะเป็นประกันพื้นฐานติดตัว |
| วิธีคิดเบี้ย | คิดตามจำนวนวันเดินทาง | คิดตามทุนประกัน รายปี |
หากกำลังเปรียบเทียบว่าประกันเดินทางเจ้าไหนดี การเลือกซื้อผ่านโบรกเกอร์ประกันเดินทาง อย่าง heygoody ช่วยให้เปรียบเทียบประกันเดินทางจากหลายบริษัทได้ในที่เดียว เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการข้อมูลชัดเจน และตัดสินใจซื้อด้วยตัวเอง ไม่ต้องโทร
นอกจากความคุ้มครอง ควรเช็กขั้นตอนเคลม เอกสารที่ใช้ และช่องทางเคลมออนไลน์ด้วย เพื่อให้เบิกค่าสินไหมได้สะดวกและเคลมไม่ซับซ้อน หากต้องการคำแนะนำเรื่องการเตรียมเอกสาร ประสานงาน หรือ ช่วยตามเคลม สามารถทัก LINE @heygoody เพื่อปรึกษาเจ้าหน้าที่ช่วยเคลมและรับการดูแลลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกันเดินทางและประกันอุบัติเหตุ (PA) มีวัตถุประสงค์การคุ้มครองที่แตกต่างกัน โดยประกันเดินทางเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองระหว่างการเดินทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนประกันอุบัติเหตุ (PA) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองอุบัติเหตุในชีวิตประจำวันตลอดระยะเวลาของกรมธรรม์ หากเดินทางบ่อยหรือเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ การมีประกันเดินทางควบคู่กับประกัน PA จะช่วยให้ได้รับความคุ้มครองครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยควรตรวจสอบความคุ้มครองและข้อยกเว้นของแต่ละกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจ
สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อประกันเดินทางเจ้าไหนดี heygoody โบรกเกอร์ประกันเดินทางที่มีประสบการณ์ด้านประกันภัยกว่า 10 ปี โดยเงินติดล้อ พร้อมใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัยถูกต้องจาก คปภ. ช่วยให้คุณเช็กเบี้ยและเปรียบเทียบประกันเดินทางหลายแผนในที่เดียว ให้ความคุ้มครองที่เหมาะกับทริปและซื้อประกันเดินทางออนไลน์ แบบ One-stop Service ผ่านเว็บประกันเดินทางหรือซื้อผ่านมือถือได้ด้วยตัวเอง สมัครง่าย สมัครเร็ว ค้นหาเร็ว ไม่ต้องโทร และสามารถซื้อออนไลน์ได้ตามเวลาที่สะดวก หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถทัก LINE @heygoody ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ให้การท่องเที่ยวครั้งนี้มีแต่ประสบการณ์ดี ๆ เลือกประกันที่ heygoody เลย!
ประกันเดินทางจะแบ่งเป็นประกันเดินทางในประเทศและประกันเดินทางต่างประเทศ ซึ่งมีขอบเขตความคุ้มครองและเบี้ยประกันแตกต่างกัน ผู้เอาประกันควรเลือกแผนให้ตรงกับจุดหมายปลายทางและลักษณะการเดินทาง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามที่ต้องการ
หากเดินทางท่องเที่ยวหรือเดินทางไปต่างประเทศ การซื้อประกันเดินทางยังมีความสำคัญ เพราะนอกจากคุ้มครองอุบัติเหตุแล้ว หลายแผนยังครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลระหว่างเดินทาง การยกเลิกหรือเลื่อนทริป สัมภาระสูญหาย และเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งประกัน PA โดยทั่วไปไม่ครอบคลุม
ได้ ทั้งสองประเภทมีวัตถุประสงค์การคุ้มครองต่างกัน โดยประกัน PA ดูแลความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน ส่วนประกันเดินทางคุ้มครองความเสี่ยงที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง จึงสามารถทำควบคู่กันเพื่อเพิ่มความคุ้มครองได้
หลายแผนของประกันเดินทางครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยฉุกเฉินระหว่างการเดินทาง ส่วนประกันอุบัติเหตุ (PA) โดยทั่วไปคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น
ประกันเดินทาง โดยเฉพาะประกันเดินทางต่างประเทศ หลายแผนมีความคุ้มครองค่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินหรือการส่งตัวกลับประเทศตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ขณะที่ประกัน PA โดยทั่วไปไม่ได้คุ้มครองในส่วนนี้
หากเดินทางต่างประเทศ ควรเลือกประกันเดินทางเป็นหลัก เพราะออกแบบมาเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงระหว่างการเดินทาง เช่น ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ สัมภาระสูญหาย เที่ยวบินล่าช้า หรือการยกเลิกทริป ส่วนประกัน PA สามารถใช้เสริมความคุ้มครองอุบัติเหตุได้
หากต้องการความคุ้มครองระหว่างทริป การซื้อประกันเดินทางแบบรายเที่ยวเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะจ่ายเบี้ยตามจำนวนวันเดินทาง และช่วยลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุไม่คาดคิด

บทความโดย
heygoody
เฮ้ กู๊ดดี้ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านโบรกเกอร์ประกันออนไลน์ มั่นใจได้ด้วยประสบการณ์โบรกเกอร์ประกันภัยมากกว่า 10 ปี ภายใต้ เงินติดล้อ








